อัตราค่าไฟฟ้าธุรกิจของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เท่ากันทุกประเภทผู้ใช้ไฟและทุกชั้นแรงดัน ตั้งแต่ค่าพลังงานของธุรกิจขนาดเล็กอัตราปกติ ชั้นแรงดันต่ำ ช่วงหน่วยแรกไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน ที่คิด 3.2484 บาท/หน่วย ไปจนถึงค่าความต้องการพลังไฟฟ้า ค่าบริการ ค่าไฟต่ำสุด และเพาเวอร์แฟคเตอร์ สิ่งที่ต่างกันจริงอยู่ในหมายเหตุท้ายตารางแทน
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นค่าพลังงานและค่าความต้องการพลังไฟฟ้าจริงจากประกาศของทั้งสองการไฟฟ้า เพื่อให้เห็นว่าทุกบรรทัดเท่ากันจริงตามที่ระบุไว้
| รายการอัตรา ชั้นแรงดันต่ำ | ตัวเลขที่ใช้เหมือนกันทั้ง กฟภ. และ กฟน. (ชั้นแรงดันต่ำ) |
|---|---|
| ค่าพลังงาน ธุรกิจขนาดเล็ก อัตราปกติ ช่วงหน่วยแรก (ไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน) | 3.2484 บาท/หน่วย |
| ค่าพลังงาน ธุรกิจขนาดเล็ก อัตราปกติ ช่วงหน่วยต่อไป (ไม่เกิน 400 หน่วย/เดือน) | 4.2218 บาท/หน่วย |
| ค่าพลังงาน ธุรกิจขนาดเล็ก อัตราปกติ ช่วงเกิน 400 หน่วย/เดือน เป็นต้นไป | 4.4217 บาท/หน่วย |
| ค่าพลังงาน ธุรกิจขนาดกลาง อัตราปกติ | 3.1751 บาท/หน่วย |
| ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า ธุรกิจขนาดกลาง อัตราปกติ | 221.50 บาท/kW |
| ค่าพลังงาน TOU ช่วง On Peak ธุรกิจขนาดกลาง | 4.3297 บาท/หน่วย |
| ค่าพลังงาน TOU ช่วง Off Peak ธุรกิจขนาดกลาง | 2.6369 บาท/หน่วย |
เปิดสาขาใหม่ต่างจังหวัด ค่าไฟจะเปลี่ยนไปจากที่คุ้นเคยไหม
กิจการที่ดำเนินงานอยู่ในกรุงเทพมหานครมาตลอด กำลังเตรียมเปิดสาขาใหม่ในจังหวัดอื่น และประเมินต้นทุนของสาขาใหม่ล่วงหน้าก่อนเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่ ค่าไฟฟ้าเป็นต้นทุนคงที่ที่นำไปคำนวณคู่กับค่าเช่าและค่าแรงเสมอ แต่ยังไม่แน่ใจว่าการย้ายจากพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ไปอยู่ในเขตของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะทำให้ต้นทุนค่าไฟต่อหน่วยของสาขาใหม่เปลี่ยนไปจากที่คุ้นเคยหรือไม่
ค่าไฟธุรกิจของ กฟภ. กับ กฟน. เท่ากันจริงไหม
เท่ากันทุกตัวเลขที่ปรากฏในประกาศอัตรา ทั้งค่าพลังงาน ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า ค่าบริการ ค่าไฟต่ำสุด เพาเวอร์แฟคเตอร์ และช่วงเวลา TOU ตัวอย่างเช่นค่าพลังงานช่วง On Peak ของธุรกิจขนาดกลางอัตรา TOU ชั้นแรงดันต่ำ คิดที่ 4.3297 บาท/หน่วย เท่ากันทั้งสองแห่ง
ค่าพลังงานของธุรกิจขนาดเล็กอัตราปกติ ชั้นแรงดันต่ำ ช่วงหน่วยแรกไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน คิดที่ 3.2484 บาท/หน่วย เท่ากันในเอกสารของทั้งสองการไฟฟ้า ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางชั้นแรงดันต่ำที่อยู่อัตราปกติจ่ายค่าพลังงานที่ 3.1751 บาท/หน่วย และค่าความต้องการพลังไฟฟ้าที่ 221.50 บาท/kW ต่อเดือน ตัวเลขทั้งสองชุดนี้ไม่มีความต่างระหว่าง กฟภ. กับ กฟน. แม้แต่หลักเดียว
ธุรกิจขนาดกลางชั้นแรงดันต่ำที่เลือกอัตรา TOU จ่ายค่าพลังงานช่วง On Peak ที่ 4.3297 บาท/หน่วย และช่วง Off Peak ที่ 2.6369 บาท/หน่วย ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันทั้งสองแห่งเช่นกัน ค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าต่ำสุด และค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ก็เขียนเป็นตัวเลขเดียวกันในเอกสารทั้งสองฉบับ
ผลที่ตามมาคือกิจการที่มีสาขาอยู่ทั้งในพื้นที่ กฟภ. และ กฟน. ไม่แยกคำนวณต้นทุนค่าไฟตามการไฟฟ้าที่ให้บริการ สิ่งที่แยกคำนวณจริงคือขนาดความต้องการพลังไฟฟ้าและชั้นแรงดันของแต่ละสาขาต่างหาก
ทำไมตารางอัตราของสองการไฟฟ้าเขียนชั้นแรงดันไม่เหมือนกัน
ขอบเขต kV ของชั้นแรงดันของสองการไฟฟ้าไม่เท่ากัน แต่ไม่ได้ทำให้กิจการจ่ายค่าไฟต่างกัน กฟภ. กำหนดชั้นแรงดันต่ำไว้ที่ต่ำกว่า 22 kV ขณะที่ กฟน. กำหนดไว้ที่ต่ำกว่า 12 kV
กฟภ. เรียกช่วง 22–33 kV ว่าแรงดันกลาง ขณะที่ กฟน. เรียกช่วง 12–24 kV ว่าแรงดันกลาง ความต่างของตัวเลข kV นี้ไม่ได้ทำให้กิจการที่รับไฟในชั้นเดียวกันจ่ายอัตราต่างกัน
ธุรกิจประเภท 2 มีชั้นแรงดันสองระดับคือกลางและต่ำ ขณะที่ธุรกิจประเภท 3 ถึง 5 มีสามระดับคือสูง กลาง และต่ำ สิ่งที่ทำให้กิจการสองรายจ่ายอัตราต่างกันคือชั้นแรงดันตามตารางอัตรา ไม่ใช่ว่าอยู่ในพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้าไหน กิจการที่อยู่ชั้นแรงดันเดียวกันตามตารางอัตราของการไฟฟ้านั้น จ่ายอัตราเท่ากันไม่ว่าจังหวัดไหน
แล้วมีอะไรต่างกันจริงบ้างระหว่าง กฟภ. กับ กฟน.
ความต่างจริงอยู่ในหมายเหตุท้ายตารางอัตรา ไม่ใช่ที่ตัวเลขอัตรา เช่นวันตัดสิทธิอัตราเดิมที่ กฟภ. ใช้ก่อนค่าไฟงวด พ.ย. 2558 ส่วน กฟน. ใช้ก่อนงวด ต.ค. 2543
หมายเหตุท้ายตารางแต่ละข้อมีผลกับกิจการคนละกลุ่ม บางข้อมีผลเฉพาะกิจการเก่าที่ใช้ไฟมานาน บางข้อมีผลเฉพาะกิจการที่กำลังจะเปลี่ยนอัตรา และบางข้อมีผลเฉพาะกิจการที่ทำธุรกิจให้เช่าพักอาศัย การดูว่ากิจการของตัวเองตรงกับหมายเหตุข้อไหนจึงเป็นจุดที่บอกว่าอัตราต่างกันจริงหรือไม่
วันตัดสิทธิอัตราเดิมของประเภท 3 และประเภท 4
กฟภ. ให้สิทธิ์อยู่อัตราเดิมเฉพาะกิจการที่ใช้ไฟก่อนค่าไฟงวด พ.ย. 2558 ส่วน กฟน. ให้สิทธิ์เฉพาะกิจการที่ใช้ไฟก่อนงวด ต.ค. 2543
ผู้ใช้ไฟรายใหม่ของธุรกิจประเภท 3 และ 4 ทุกรายเข้าอัตรา TOU โดยอัตโนมัติ ไม่มีทางเลือกอัตราปกติหรือ TOD อีกต่อไป สิทธิ์อยู่อัตราเดิมมีเฉพาะกิจการที่เปิดใช้ไฟก่อนวันตัดสิทธิของการไฟฟ้าแต่ละแห่งเท่านั้น กิจการที่ยังอยู่อัตราเดิมเลือกย้ายไป TOU ได้ แต่ย้ายกลับไม่ได้อีก
ทางเลือกค่าใช้จ่ายเมื่อกิจการขนาดเล็กเปลี่ยนเป็นอัตรา TOU
กฟน. เปิดสองทางเลือกให้กิจการขนาดเล็กที่จะเปลี่ยนเป็น TOU คือจ่ายค่ามิเตอร์ TOU ก่อนครั้งเดียว หรือจ่ายค่าบริการเพิ่มเป็นรายเดือน ขณะที่ กฟภ. กำหนดค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขของตนเองโดยไม่ระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนใด
ความต่างนี้มีผลกับกิจการขนาดเล็กที่กำลังพิจารณาย้ายเข้า TOU กฟน. มีทางเลือกจ่ายค่าบริการเพิ่มเป็นรายเดือนแทนการจ่ายค่ามิเตอร์ก่อน ขณะที่กิจการในพื้นที่ กฟภ. ตรวจสอบเงื่อนไขค่าใช้จ่ายกับการไฟฟ้าในพื้นที่โดยตรงก่อนตัดสินใจย้าย
ลดขนาดจากประเภท 3 หรือ 4 กลับมาประเภท 2 ได้อัตราไหน
กิจการที่ความต้องการพลังไฟฟ้าลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ขนาดเล็กติดต่อกัน 12 เดือน กฟภ. ยังกำหนดเพิ่มว่าเดือนถัดไปต้องยังไม่ถึงเกณฑ์อีก จึงให้ลดลงเป็นอัตราประเภท 2.1 หรือ 2.2 ได้ ส่วน กฟน. จัดเข้าประเภทที่ 2 อัตราข้อ 2.1 ในเดือนถัดไปเลย
ความต่างนี้มีผลกับกิจการที่ลดกำลังการผลิตหรือปิดบางส่วนของโรงงานจนความต้องการพลังไฟฟ้าลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ธุรกิจขนาดกลาง กิจการในพื้นที่ กฟภ. ลดลงเป็นอัตราประเภท 2.1 หรือ 2.2 ได้ ขณะที่กิจการในพื้นที่ กฟน. กลับเข้าอัตราปกติของประเภท 2 เพียงแบบเดียว
ประเภท 5 โรงแรมและกิจการให้เช่าพัก เทียบอย่างไรไม่ให้พลาด
ค่าอัตราของธุรกิจประเภท 5 เท่ากันทุกตัวเลขระหว่างสองการไฟฟ้า แต่เลขรหัสย่อย 5.1 และ 5.2 มีความหมายสลับกัน กฟภ. ใช้ 5.1 แทนอัตรา TOU ขณะที่ กฟน. ใช้ 5.1 แทนอัตราปกติ
โรงแรมและกิจการให้เช่าพักอาศัยทุกรายอยู่ในอัตรา TOU ตามหลักการของประเภท 5 ส่วนรายที่ยังไม่ได้ติดมิเตอร์ TOU คิดอัตราที่ไม่ใช่ TOU ไปก่อนเป็นการชั่วคราวเท่านั้น การเทียบบิลข้ามพื้นที่ระหว่างสองการไฟฟ้าจึงดูที่ชนิดอัตราว่าเป็น TOU หรืออัตราปกติ ไม่ใช่ดูจากเลขรหัสย่อยที่ต่อท้าย เลขรหัสย่อยเดียวกันของประเภท 5 แทนชนิดอัตราคนละแบบในแต่ละการไฟฟ้า
กิจการของคุณอยู่แถวไหนของตารางอัตรา
แถวอัตราที่กิจการต้องจ่ายกำหนดจากขนาดความต้องการพลังไฟฟ้าและชั้นแรงดันตามตารางอัตรา ไม่ใช่จากการไฟฟ้าที่ให้บริการ กิจการที่มีความต้องการพลังไฟฟ้าเฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุดต่ำกว่า 30 kW จัดเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ส่วนกิจการที่มีความต้องการพลังไฟฟ้าเฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุดตั้งแต่ 1,000 kW ขึ้นไปจัดเป็นธุรกิจขนาดใหญ่
เกณฑ์ทั้งสามข้อนี้ใช้ตัดสินแถวอัตราเหมือนกันทุกจังหวัด ประกาศอัตราของ กฟภ. และ กฟน. ใช้เกณฑ์ขนาดชุดเดียวกัน กิจการที่อยากรู้ว่าตัวเองอยู่แถวไหนตรวจได้จากสามจุดต่อไปนี้
ขนาดความต้องการพลังไฟฟ้าของกิจการ
กิจการที่มีความต้องการพลังไฟฟ้าเฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุดต่ำกว่า 30 kW จัดเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กิจการที่มีตั้งแต่ 30 kW แต่ยังไม่ถึงเกณฑ์ธุรกิจขนาดใหญ่ที่ 1,000 kW และใช้ไฟเฉลี่ย 3 เดือนก่อนหน้าไม่เกิน 250,000 หน่วย/เดือน จัดเป็นธุรกิจขนาดกลาง
กิจการที่มีความต้องการพลังไฟฟ้าเฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุดตั้งแต่ 1,000 kW ขึ้นไป หรือใช้ไฟเฉลี่ย 3 เดือนก่อนหน้าเกิน 250,000 หน่วย/เดือน จัดเป็นธุรกิจขนาดใหญ่โดยอัตโนมัติ ขนาดนี้กำหนดว่ากิจการจะจ่ายค่าความต้องการพลังไฟฟ้าตามอัตราของธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ ซึ่งมีตัวเลขต่างกันในประกาศ แต่เท่ากันระหว่าง กฟภ. กับ กฟน. เสมอ
ชั้นแรงดันตามตารางอัตรา
ชั้นแรงดันตามตารางอัตราเป็นตัวกำหนดแถวอัตราอีกจุดหนึ่ง กฟภ. เรียกช่วง 22–33 kV ว่าแรงดันกลาง ขณะที่ กฟน. เรียกช่วง 12–24 kV ว่าแรงดันกลาง
กิจการในชั้นแรงดันต่ำ คือต่ำกว่า 22 kV ในพื้นที่ กฟภ. หรือต่ำกว่า 12 kV ในพื้นที่ กฟน. จ่ายอัตราชั้นแรงดันต่ำเท่ากัน แม้ตัวเลข kV ที่ใช้แบ่งเส้นจะไม่เท่ากัน ผลลัพธ์ที่กิจการจ่ายจึงไม่เปลี่ยนตามตัวเลข kV ที่ต่างกันนี้
อยู่อัตราปกติหรือ TOD เดิม หรือย้ายเข้า TOU แล้ว
กิจการที่เปิดใช้ไฟก่อนวันตัดสิทธิยังมีสิทธิ์อยู่อัตราปกติหรือ TOD เดิม กฟภ. ใช้เส้นตัดที่ก่อนงวด พ.ย. 2558 ส่วน กฟน. ใช้เส้นตัดที่ก่อนงวด ต.ค. 2543
กิจการที่เปิดใช้ไฟหลังวันตัดสิทธิเข้าอัตรา TOU โดยอัตโนมัติ และกิจการเดิมที่ย้ายเข้า TOU แล้วย้ายกลับอัตราเดิมไม่ได้อีก การรู้ว่ากิจการของตัวเองอยู่แถวไหนของสามจุดนี้ช่วยประเมินบิลค่าไฟของสาขาใหม่ได้แม่นยำกว่าการดูแค่ว่าพื้นที่นั้นเป็นของการไฟฟ้าไหน
พื้นที่ให้บริการกำหนดว่าเป็นการไฟฟ้าไหน ไม่ใช่กำหนดราคา
พื้นที่ให้บริการของ กฟน. ครอบคลุมกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ จังหวัดอื่นทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ให้บริการของ กฟภ.
การย้ายสาขาข้ามพื้นที่ทั้งสองนี้เปลี่ยนหน่วยงานที่ต้องติดต่อขอใช้ไฟ แต่ไม่เปลี่ยนแถวอัตราที่ต้องจ่าย แถวอัตรากำหนดจากขนาดความต้องการพลังไฟฟ้า ชั้นแรงดัน และชนิดอัตราที่ใช้อยู่ กิจการที่เปิดสาขาใหม่ในจังหวัดอื่นประเมินต้นทุนค่าไฟจากสามจุดนี้ได้เลย โดยไม่ต้องกังวลว่าอยู่นอกเขต กฟน. แล้วจะจ่ายแพงขึ้นหรือถูกลง
เรื่องนี้เกี่ยวกับความคุ้มของโซลาร์อย่างไร
มูลค่าต่อหน่วยที่โซลาร์รูฟท็อปช่วยประหยัดขึ้นกับวันและเวลาที่ผลิตไฟ ไม่ใช่ขึ้นกับว่ากิจการอยู่ในพื้นที่ กฟภ. หรือ กฟน. ธุรกิจขนาดเล็กชั้นแรงดันต่ำที่อยู่อัตรา TOU จ่ายค่าพลังงานช่วง On Peak ที่ 5.7982 บาท/หน่วย และช่วง Off Peak ที่ 2.6369 บาท/หน่วย
ส่วนต่างระหว่างสองอัตรานี้คือมูลค่าที่โซลาร์รูฟท็อปช่วยประหยัดได้ต่อหน่วยไฟที่ผลิตได้จริงในช่วงกลางวันวันทำงาน กิจการที่ใช้ไฟมากในช่วงกลางวันวันจันทร์ถึงศุกร์ได้ประโยชน์จากส่วนต่างนี้เต็มที่ ขณะที่กิจการที่ปิดวันเสาร์อาทิตย์จะไม่ได้ใช้ไฟที่ผลิตได้ในช่วง Off Peak เต็มมูลค่า
ตัวเลขอัตรา On Peak และ Off Peak ชุดนี้เท่ากันทั้งพื้นที่ กฟภ. และ กฟน. การประเมินความคุ้มของโซลาร์จึงไม่แยกคำนวณตามการไฟฟ้า แต่แยกตามพฤติกรรมการใช้ไฟจริงของแต่ละสาขาแทน กิจการที่อยากรู้ว่าโซลาร์คุ้มกับสาขาของตัวเองแค่ไหน ตรวจสอบตัวตัดสินหลักได้จากติดโซลาร์รูฟท็อปคุ้มไหม อะไรเป็นตัวตัดสิน




