ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (Demand Charge) คือค่าไฟส่วนที่คิดเป็นบาทต่อ kW จากความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดของรอบบิล ไม่ได้คิดจากจำนวนหน่วยที่ใช้ ประกาศอัตราฉบับกันยายน 2569 ของ กฟภ. และ กฟน. ยังมีข้อค่าไฟฟ้าต่ำสุดที่อ้างค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 12 เดือน ที่ผ่านมานับย้อนหลังถึงเดือนปัจจุบัน

อัตราค่าความต้องการพลังไฟฟ้าตามประกาศอัตรา กฟภ. ฉบับกันยายน 2569 เป็นอัตราก่อนรวมค่า Ftและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ชั้นแรงดันอื่นและผู้ใช้ไฟ กฟน. มีตารางอัตราแยกของตัวเอง

ประเภทผู้ใช้ไฟ (ชั้นแรงดันต่ำ)ช่วงที่ใช้หาค่าสูงสุดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าต่อเดือน ตามประกาศอัตรา กฟภ.
กิจการขนาดกลาง อัตราปกติ ชั้นแรงดันต่ำ (ประเภท 3.1.3)ค่าสูงสุดของทั้งเดือน221.50 บาท/kW
กิจการขนาดกลาง อัตรา TOU ชั้นแรงดันต่ำ (ประเภท 3.2.3)ค่าสูงสุดเฉพาะช่วง On Peak · ช่วง Off Peak ไม่คิด210.00 บาท/kW (ช่วง On Peak)
กิจการขนาดใหญ่ อัตรา TOU ชั้นแรงดันต่ำ (ประเภท 4.2.3)ค่าสูงสุดเฉพาะช่วง On Peak · ช่วง Off Peak ไม่คิด210.00 บาท/kW (ช่วง On Peak)

เดือนนี้ใช้ไฟน้อยลง แต่บรรทัดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าไม่ลดตาม

ผู้จัดการโรงงานวางบิลค่าไฟสองเดือนคู่กัน จำนวนหน่วยของเดือนนี้น้อยกว่าเดือนก่อน แต่บรรทัด "ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า" ยังไม่ลดลงตาม บรรทัดนี้คิดจากตัวเลขคนละชุดกับจำนวนหน่วย และตัวเลขชุดนั้นยังผูกกับค่าสูงสุดของเดือนก่อน ๆ ด้วย การอ่านบิลให้ออกจึงเริ่มจากการรู้ว่าตัวเลข kW บนบิลมาจากไหน

ค่าความต้องการพลังไฟฟ้าวัดจากอะไร มิเตอร์บันทึกตอนไหน

ความต้องการพลังไฟฟ้าวัดผ่านมิเตอร์เครื่องเดียวเป็นค่าเฉลี่ยใน 15 นาที แล้วใช้ค่าเฉลี่ยที่สูงสุดในรอบเดือนเป็นตัวเลข kW บนบิล ไม่ใช่ค่าชั่วขณะ ช่วงที่นับหาค่าสูงสุดขึ้นกับแบบอัตรา โดยอัตราปกตินับทั้งเดือน ส่วนอัตรา TOU นับเฉพาะช่วง On Peak

ค่าเฉลี่ยรายช่วงชุดเดียวกันนี้เป็นเกณฑ์แยกขนาดกิจการด้วย โดยวัดผ่านมิเตอร์เครื่องเดียว ไม่ได้วัดจากประเภทธุรกิจหรือขนาดอาคาร ประกาศอัตรา กฟน. เขียนวิธีหาค่าสูงสุดแยกตามแบบอัตราไว้ชัด ส่วนฝั่ง กฟภ. เห็นได้จากหัวคอลัมน์ Peak ในตารางอัตรา TOU ของประกาศอัตรา และเครื่องคำนวณค่าไฟทางการของทั้งสองการไฟฟ้าคิดแบบเดียวกัน ผลคือกติกาการหาค่าสูงสุดนี้ใช้อ่านบิลได้ทั้งของ กฟภ. และ กฟน.

ช่วง On Peak ของอัตรา TOU ใช้ช่วงเวลาเดียวกันทั้งสองการไฟฟ้า คือช่วงเวลาที่ประกาศกำหนดในวันจันทร์–ศุกร์ ส่วนวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันแรงงานแห่งชาติ และวันหยุดราชการตามปกติเป็น Off Peak ทั้งวัน

อัตราปกติใช้ค่าสูงสุดของทั้งเดือน

ผู้ใช้ไฟอัตราปกติถูกคิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าจากค่าเฉลี่ยที่สูงสุดของทั้งเดือน ไม่ใช่ค่าชั่วขณะ ช่วงที่นับครอบคลุมทุกวันและทุกช่วงเวลาในรอบบิล

อัตราปกติของกิจการขนาดกลาง (ประเภท 3.1) เปิดไว้เฉพาะผู้ใช้ไฟเดิม ส่วนผู้ใช้ไฟใหม่เข้าอัตรา TOU (ประเภท 3.2) ฝั่ง กฟภ. ผู้ใช้ไฟเดิมคือผู้ที่ใช้อัตรานี้อยู่ก่อนค่าไฟประจำเดือนพฤศจิกายน 2558 ส่วนฝั่ง กฟน. คือผู้ที่อยู่ในอัตรานั้นและใช้ไฟก่อนตุลาคม 2543

ผลกับบิลของผู้ใช้ไฟอัตราปกติกลุ่มนี้คือ ช่วงเดียวของเดือนที่ค่าเฉลี่ยรายช่วงสูงที่สุด ไม่ว่าเกิดในวันทำงาน วันหยุด หรือช่วงดึก เป็นตัวกำหนดบรรทัดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าของทั้งเดือน ส่วนอัตรา TOD ของกิจการขนาดใหญ่ (ประเภท 4.1) คิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าแยกตามช่วงเวลา โดยช่วง Partial คิดเฉพาะส่วนที่เกิน On Peak และช่วง Off Peak ไม่คิดค่าความต้องการ

อัตรา TOU ใช้ค่าสูงสุดเฉพาะช่วง On Peak และช่วง Off Peak ไม่คิด

ผู้ใช้ไฟอัตรา TOU ถูกคิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้าจากค่าเฉลี่ยที่สูงสุดเฉพาะในช่วง On Peak ไม่ใช่ค่าชั่วขณะ ค่าสูงสุดที่เกิดในช่วง Off Peak ไม่ถูกคิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้า

ตารางอัตรา TOU ไม่มีค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสำหรับช่วง Off Peak ทำให้ค่าเฉลี่ยรายช่วงที่เกิดตั้งแต่ช่วงดึกถึงเช้าของวันทำงาน หรือในวันเสาร์–อาทิตย์ ไม่เข้าบรรทัดนี้ แม้จะสูงกว่าค่าที่เกิดในช่วง On Peak ก็ตาม ขณะที่โหลดในช่วง On Peak ของวันจันทร์–ศุกร์ถูกนับทั้งหมด ผลคือโรงงานอัตรา TOU ที่มีค่าสูงสุดของเดือนเท่ากันจ่ายบรรทัดนี้ต่างกันได้ หากค่าสูงสุดนั้นเกิดคนละช่วงเวลา

ค่าความต้องการต่างจากค่าพลังงานอย่างไร ทำไมใช้หน่วยน้อยลงแล้วไม่ลด

ค่าความต้องการพลังไฟฟ้าคิดเป็นบาทต่อ kW จากค่าสูงสุดของรอบบิล ส่วนค่าพลังงานคิดเป็นบาทต่อหน่วย (kWh) จากปริมาณไฟที่ใช้ทั้งเดือน ผลคือหน่วยรวมลดลงได้ขณะที่ค่าสูงสุดยังเท่าเดิม และบรรทัดค่าความต้องการก็คิดเท่าเดิม

หน่วยรวมของเดือนลดลงได้จากการเดินเครื่องน้อยวันลงหรือเบาลงบางช่วง ขณะที่ค่าสูงสุดขึ้นกับช่วงที่เครื่องจักรเดินพร้อมกันมากที่สุดเพียงช่วงเดียวของเดือน หากช่วงนั้นยังเกิดขึ้นในเดือน บรรทัดค่าความต้องการก็คิดจากค่าเดิม ข้อค่าไฟฟ้าต่ำสุดยังอ้างค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 12 เดือน ที่ผ่านมานับย้อนหลังถึงเดือนปัจจุบัน ทำให้บิลไม่ลดลงเต็มที่ในทันที

ตัวเลขค่าความต้องการพลังไฟฟ้าต่อเดือนของชั้นแรงดันต่ำตามประกาศอัตรา กฟภ. ทั้งอัตราปกติของกิจการขนาดกลาง (ประเภท 3.1.3) และอัตรา TOU ของกิจการขนาดกลางและขนาดใหญ่ (ประเภท 3.2.3 และ 4.2.3 ซึ่งคิดเฉพาะช่วง On Peak) อยู่ในตารางคำตอบสั้นต้นบทความ

อัตราค่าความต้องการพลังไฟฟ้าเหล่านี้ยังไม่รวมค่า Ft และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ส่วนชั้นแรงดันอื่นมีอัตราแยกของตัวเอง ผลกับบิลคือบรรทัดนี้ขึ้นลงตามจำนวน kW ของค่าสูงสุด ไม่ใช่ตามจำนวนหน่วยที่ใช้

ค่าไฟฟ้าต่ำสุดในรอบ 12 เดือน ที่ผ่านมา คืออะไร เดือนที่พุ่งครั้งเดียวมีผลนานแค่ไหน

ประกาศอัตราฉบับกันยายน 2569 ของ กฟภ. และ กฟน. กำหนดค่าไฟฟ้าต่ำสุดไว้ไม่ต่ำกว่าสัดส่วนที่ประกาศกำหนดของค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 12 เดือน ที่ผ่านมานับย้อนหลังถึงเดือนปัจจุบัน ผลคือค่าสูงสุดของเดือนที่พุ่งครั้งเดียวยังเป็นฐานของค่าไฟฟ้าต่ำสุดต่อไปจนกว่าเดือนนั้นจะพ้นรอบนับย้อนหลัง

ข้อนี้ใช้กับผู้ใช้ไฟประเภท 3–5 ทั้งของ กฟภ. และ กฟน. ค่าไฟฟ้าต่ำสุดทำหน้าที่เป็นพื้นของบิลแต่ละเดือน โดยค่าไฟที่เรียกเก็บไม่ต่ำกว่าเกณฑ์นี้ แม้เดือนนั้นจะใช้ไฟน้อยลงมาก

ฐานของเกณฑ์คือค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดสำหรับค่าไฟฟ้าต่ำสุดในรอบ 12 เดือน ที่ผ่านมานับย้อนหลังถึงเดือนปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะค่าสูงสุดของเดือนปัจจุบัน เมื่อเดือนใดค่าสูงสุดพุ่งขึ้นครั้งเดียว ค่านั้นยังอยู่ในรอบนับย้อนหลังของเดือนถัด ๆ ไปทุกเดือน จนกว่ารอบจะเลื่อนพ้นเดือนนั้น ผลกับผู้อ่านคือเดือนที่โหลดกลับลงมาปกติแล้ว พื้นของบิลยังคิดจากค่าสูงสุดของเดือนที่พุ่ง

หากเดือนที่พุ่งเป็นค่าสูงสุดของทั้งรอบ พื้นของบิลลดลงได้เมื่อเดือนนั้นหลุดจากรอบนับย้อนหลังเท่านั้น การลดค่าสูงสุดของเดือนปัจจุบันไม่ได้ย้ายพื้นนี้ ขณะที่เดือนใหม่ที่พุ่งสูงกว่าเดิมจะกลายเป็นฐานใหม่และเริ่มนับรอบของตัวเอง

การปัดเศษ kW บนบิลทำอย่างไร กฟน. กับ กฟภ. เขียนไว้ต่างกันไหม

ประกาศอัตรา กฟน. กำหนดให้ปัดเศษ kW เป็นจำนวนเต็มที่ใกล้ที่สุด โดยเศษที่อยู่กึ่งกลางพอดีปัดขึ้น ส่วนประกาศอัตรา กฟภ. ไม่ระบุกติกาการปัดเศษ kW ไว้

ประกาศอัตรา กฟน. เขียนกติกานี้ไว้ในตารางอัตราของกิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ และกิจการเฉพาะอย่าง ขณะที่ประกาศอัตรา กฟภ. มีเฉพาะกติกาปัดเศษของค่ากำลังไฟฟ้ารีแอคทีฟ (kvar) ไม่มีข้อที่พูดถึงการปัดเศษ kW ผลกับบิลของผู้ใช้ไฟ กฟน. คือส่วนต่างจากการปัดเศษไม่ถึง kW เต็มต่อรอบบิล และเทียบตัวเลข kW บนบิลกับค่าที่ระบบวัดของโรงงานบันทึกได้ด้วยกติกาที่ประกาศไว้

ผู้ใช้ไฟ กฟภ. ที่เห็นตัวเลข kW บนบิลต่างจากค่าที่วัดเองเป็นเศษ ยังไม่มีข้อในประกาศอัตราให้อ้างอิงเรื่องนี้ ทางที่ได้คำตอบตรงกว่าคือสอบถามสำนักงานการไฟฟ้าที่ดูแลบัญชีผู้ใช้ไฟนั้นโดยตรง