สิทธิลดภาษีตาม พ.ร.ฎ. 805 ใช้ไม่ได้ในหลายกรณีที่เจ้าของบ้านไม่ทันสังเกต เช่น วันที่ในใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ไม่อยู่ในช่วงเวลาที่โครงการกำหนด 3 มี.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2571 ยังเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าไม่สำเร็จ ซื้อด้วยเงินกู้หรือผ่อนกับสถาบันการเงินซึ่งอาจไม่เข้าเกณฑ์เงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร หรือทำสัญญา PPA ที่นับเป็นค่าไฟฟ้ารายเดือน ควรเช็คทุกข้อก่อนซื้อ ไม่ใช่หลังยื่นภาษีแล้วโดนตีกลับ
| เงื่อนไข | ผลต่อสิทธิลดภาษี |
|---|---|
| จ่ายเงินนอกช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด (ถึง 31 ธ.ค. 2571) | ใช้สิทธิไม่ได้ |
| ยังไม่เชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าสำเร็จ | ยังใช้สิทธิไม่ได้ในปีนั้น |
| ซื้อด้วยเงินกู้หรือผ่อนกับสถาบันการเงิน | มีความเสี่ยงไม่เข้าเกณฑ์เงินได้ |
| ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) | ไม่เข้าเกณฑ์ เพราะไม่ใช่การซื้อระบบ |
อย่าพึ่งมั่นใจ ถ้ายังไม่เช็คตรวจสอบเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีให้ละเอียด
คุณต้นเจ้าของโรงงานอาหารขนาดกลางเห็นข่าวเรื่อง พ.ร.ฎ. 805 ที่ให้สิทธิลดภาษีสำหรับคนติดโซลาร์เซลล์ จึงมั่นใจว่าระบบที่กำลังผ่อนชำระกับผู้ติดตั้งอยู่จะได้สิทธินี้แน่ๆ เพราะเห็นว่าตัวเองก็ติดโซลาร์เหมือนที่ข่าวพูดถึง
แต่เมื่อลองเช็คละเอียดกลับพบว่ากรณีของตัวเองมีจุดที่ต้องระวังหลายจุด ทั้งวิธีการจ่ายเงินที่เป็นการผ่อนงวด ปีที่ระบบเพิ่งเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ และรูปแบบสัญญาที่ต้องตรวจสอบว่าเป็นการซื้อขาดจริงหรือไม่ ซึ่งล้วนเป็นเงื่อนไขที่ข่าวทั่วไปไม่ได้ลงรายละเอียดไว้

ติดตั้งเสร็จปีนี้ แต่ใช้สิทธิลดภาษีปีไหนกันแน่
สิทธิลดภาษีตาม พ.ร.ฎ. 805 ผูกกับปีที่เชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าสำเร็จตามมาตรา 3 ไม่ใช่ปีที่จ่ายเงินซื้อระบบ
หลายคนเข้าใจว่าจ่ายเงินซื้อระบบปีไหน ก็ใช้สิทธิลดภาษีของปีนั้น แต่ตัวบทมาตรา 3 เขียนไว้ต่างออกไป สิทธินี้ผูกกับปีที่การเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์ ถ้ากระบวนการขอเชื่อมต่อล่าช้าไปอีกปีปฏิทิน สิทธิก็จะเลื่อนไปอยู่ปีนั้นตามไปด้วย ไม่ใช่ปีที่จ่ายเงินไปแล้ว สิทธิลดภาษีเป็นเพียงตัวแปรเดียวในความคุ้มค่าทั้งหมด — ตัวแปรที่เหลืออยู่ในคู่มือโซลาร์รูฟท็อปคุ้มไหม
ช่วงเวลาที่จ่ายเงินต้องอยู่ในกรอบไหน
มาตรา 3 วรรคสองกำหนดว่าเงินที่จ่ายเพื่อซื้อระบบต้องอยู่ในช่วงตั้งแต่3 มี.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2571 เท่านั้น จ่ายก่อนหรือหลังช่วงนี้ไม่เข้าเกณฑ์ไม่ว่าจะเชื่อมต่อโครงข่ายสำเร็จปีไหนก็ตาม
หมายความว่าต่อให้เชื่อมต่อโครงข่ายสำเร็จในปีที่ถูกต้อง แต่ถ้าเงินที่จ่ายไปอยู่นอกกรอบเวลานี้ ก็ยังใช้สิทธิไม่ได้อยู่ดี ทั้งสองเงื่อนไขต้องเป็นจริงพร้อมกัน
ผ่อนข้ามปี นับสิทธิของปีไหน
ตัวบทของ พ.ร.ฎ. 805 ไม่ได้เขียนไว้ชัดเจนว่ากรณีผ่อนจ่ายข้ามปีปฏิทินจะนับสิทธิของปีไหน จุดนี้เป็นการตีความที่ควรสอบถามสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีโดยตรงก่อนตัดสินใจ
กรณีที่พบบ่อยคือผ่อนชำระเป็นงวดข้ามปีปฏิทิน เช่น เริ่มผ่อนปลายปีหนึ่งแล้วจ่ายงวดสุดท้ายในปีถัดไป ตัวบทไม่ได้ระบุว่าจะนับสิทธิของงวดไหนเป็นหลัก การสอบถามสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนเซ็นสัญญาจะช่วยให้วางแผนการจ่ายเงินได้แม่นยำกว่าการเดาเอง
ติดตั้งเสร็จแล้วแต่ยังไม่เชื่อมต่อโครงข่าย ใช้สิทธิได้หรือยัง
ยังใช้สิทธิไม่ได้ เพราะมาตรา 3 ผูกสิทธิไว้กับปีที่เชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ไม่ใช่ปีที่ติดตั้งเสร็จทางกายภาพหรือปีที่จ่ายเงินครบ
การเชื่อมต่อโครงข่ายเป็นกระบวนการที่ต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากการไฟฟ้า จึงควรเก็บหนังสือรับรองการเชื่อมต่อไว้เป็นหลักฐานยืนยันวันที่ที่ใช้ประกอบการยื่นภาษี
กู้ธนาคารมาซื้อโซลาร์ ยังนับเป็นเงินได้ที่ใช้สิทธิได้ไหม
การซื้อด้วยเงินกู้หรือผ่อนกับสถาบันการเงินมีความเสี่ยงที่จะไม่เข้าเกณฑ์เงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นการตีความจากหลักการทั่วไปของกฎหมายภาษี ไม่ใช่ข้อความที่เขียนไว้ตรงๆ ใน พ.ร.ฎ. 805
พ.ร.ฎ. 805 ไม่ได้เขียนคำว่าเงินกู้หรือผ่อนชำระไว้ในตัวบทโดยตรง แต่มาตรา 3 ใช้คำว่าเงินที่จ่ายเพื่อซื้อระบบ ซึ่งเชื่อมโยงกับหลักเรื่องเงินได้ตามกฎหมายภาษีทั่วไป การตีความนี้จึงมาจากหลักการที่ใช้กับกรณีอื่น ไม่ใช่ข้อความที่ระบุไว้ในตัว พ.ร.ฎ. 805 เอง ก่อนตัดสินใจว่าจะจ่ายด้วยวิธีไหน ควรรู้ราคาระบบจริงก่อน — ดูตารางราคา Solar Rooftop 2026
มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรว่าด้วยเงินได้คืออะไร
มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากรเป็นบทบัญญัติที่จำแนกประเภทเงินได้ของบุคคลธรรมดา และเป็นหลักที่สรรพากรใช้พิจารณาว่าเงินที่นำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีต้องเป็นเงินได้ของผู้เสียภาษีเองจริง
แนวคิดนี้ถูกใช้เป็นพื้นฐานทั่วไปในการพิจารณาสิทธิลดหย่อนภาษีหลายประเภท ไม่ใช่เฉพาะกรณีโซลาร์เท่านั้น
ทำไมเงินกู้ธนาคารมีความเสี่ยงที่จะไม่ถูกนับเป็นเงินได้ที่จ่ายจริง
เงินกู้ธนาคารเป็นเงินที่ผู้กู้ต้องคืนในอนาคต จึงมีมุมมองทางภาษีที่ต่างจากเงินได้ที่หามาเองและจ่ายออกไปจริงในปีนั้น ทำให้อาจไม่เข้าเกณฑ์ที่ พ.ร.ฎ. 805 ต้องการ
นี่เป็นประเด็นที่ยังต้องรอความชัดเจนเพิ่มเติมจากกรมสรรพากร เจ้าของบ้านที่วางแผนใช้เงินกู้จึงควรสอบถามล่วงหน้าก่อนตัดสินใจซื้อ
ผ่อนกับผู้ติดตั้งโดยตรง ต่างจากกู้ธนาคารหรือไม่
การผ่อนชำระกับผู้ติดตั้งโดยตรงยังเป็นประเด็นที่ตัวบทไม่ได้ระบุชัดเช่นกัน จึงควรตรวจสอบกับสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนว่าลักษณะสัญญาผ่อนแบบใดจะถูกนับเป็นเงินได้ที่จ่ายจริงตามเกณฑ์
รูปแบบสัญญาที่ต่างกันอาจถูกตีความต่างกัน การขอความเห็นล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะใช้สิทธิไม่ได้ในภายหลัง
ทำสัญญา PPA จ่ายค่าไฟรายเดือน ใช้สิทธินี้ได้ไหม
สัญญาซื้อขายไฟฟ้าหรือ PPA ไม่เข้าเกณฑ์สิทธิลดภาษีตาม พ.ร.ฎ. 805 มาตรา 3 เพราะเงินที่จ่ายเป็นค่าไฟฟ้ารายเดือน ไม่ใช่เงินที่จ่ายเพื่อซื้อระบบ
ในทางปฏิบัติ ระบบ PPA เป็นทางเลือกที่หลายโรงงานและบ้านเรือนใช้เพื่อลดภาระเงินลงทุนก้อนแรก แต่ก็ต้องแลกกับการไม่ได้กรรมสิทธิ์ในระบบ และไม่เข้าเงื่อนไขของสิทธิลดภาษีนี้
PPA คืออะไร ต่างจากการซื้อขาดอย่างไร
PPA คือสัญญาที่เจ้าของบ้านไม่ได้ซื้อระบบโซลาร์เป็นเจ้าของเอง แต่จ่ายค่าไฟฟ้าที่ผลิตได้เป็นรายเดือนให้กับผู้ลงทุนติดตั้งระบบแทน ต่างจากการซื้อขาดที่กรรมสิทธิ์ในระบบเป็นของเจ้าของบ้านทันทีที่จ่ายเงินครบ
ทำไมค่าไฟฟ้าที่จ่ายรายเดือนไม่ถูกนับเป็นเงินที่จ่ายเพื่อซื้อระบบ
เจตนาของมาตรา 3 คือให้สิทธิกับเงินที่จ่ายเพื่อซื้อระบบโซลาร์เป็นของตัวเอง ค่าไฟฟ้ารายเดือนใน PPA จึงเป็นค่าบริการพลังงาน ไม่ใช่ค่าอุปกรณ์ จึงไม่เข้าเกณฑ์
ติดโซลาร์ไปก่อนหน้านี้แล้ว ย้อนขอสิทธิได้ไหม
ย้อนขอสิทธิไม่ได้ เพราะมาตรา 2 กำหนดวันเริ่มต้นของสิทธิไว้ชัดเจนตั้งแต่3 มี.ค. 2569 เงินที่จ่ายก่อนวันนั้นไม่เข้าเกณฑ์ไม่ว่าจะจ่ายด้วยวิธีใด
ประเด็นนี้มักเกิดกับคนที่ติดตั้งไปแล้วก่อนได้ยินข่าวเรื่องมาตรการลดภาษี แล้วคิดว่าน่าจะยื่นขอสิทธิย้อนหลังได้ ซึ่งตัวบทไม่ได้เปิดช่องให้ทำเช่นนั้น
วันเริ่มต้นของสิทธิตามมาตรา 2 คือเส้นแบ่งอะไร
มาตรา 2 กำหนดว่า พ.ร.ฎ. 805 เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่3 มี.ค. 2569 เจ้าของบ้านที่ติดตั้งและจ่ายเงินไปก่อนวันนั้นจึงไม่มีสิทธิใช้มาตรการนี้ย้อนหลัง
จ่ายมัดจำก่อนวันที่กฎหมายมีผล ส่วนไหนนับได้
หากเงินมัดจำจ่ายไปก่อน3 มี.ค. 2569 เงินก้อนนั้นไม่เข้าเกณฑ์ ส่วนงวดที่จ่ายในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดยังมีสิทธิได้ แต่ควรตรวจสอบรายละเอียดกับผู้ทำบัญชีเพื่อความชัดเจนของแต่ละงวด
ขยายระบบเพิ่มทีหลัง ขอสิทธิเพิ่มได้อีกไหม
ขอสิทธิเพิ่มไม่ได้ เพราะมาตรา 3 ให้สิทธินี้ใช้ได้ครั้งเดียวต่อหนึ่งระบบ การขยายหรือติดตั้งเพิ่มภายหลังไม่นับเป็นการติดตั้งใหม่ที่มีสิทธิแยกต่างหาก
เจ้าของบ้านที่วางแผนขยายกำลังผลิตในอนาคตควรทราบไว้ล่วงหน้าว่าสิทธินี้ให้ใช้เพียงครั้งเดียวต่อระบบเดียว การขยายทีหลังจึงเป็นการลงทุนเพิ่มที่ไม่มีสิทธิลดภาษีมารองรับ
ติดเพิ่มหรือขยายระบบภายหลัง นับเป็นสิทธิใหม่ได้หรือไม่
การขยายกำลังผลิตหรือเพิ่มแผงในระบบเดิมไม่นับเป็นการติดตั้งใหม่ตามเจตนาของมาตรา 3 จึงไม่สามารถขอสิทธิลดภาษีเพิ่มสำหรับส่วนที่ขยายได้
เปลี่ยนอุปกรณ์หรือซ่อมระบบเดิม นับเป็นการติดตั้งใหม่หรือไม่
การเปลี่ยนอุปกรณ์ชำรุดหรือซ่อมบำรุงระบบเดิมไม่ถือเป็นการติดตั้งระบบใหม่ จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่จะขอสิทธิลดภาษีซ้ำอีกครั้ง
ใบเสร็จแบบไหนใช้ยื่นสิทธิได้ ต้องมีอะไรบ้าง
ต้องเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 5(1) เท่านั้น และต้องไม่เคยใช้สิทธิ BOI หรือ EEC กับระบบเดียวกันมาก่อนตามมาตรา 5(2)
นอกจากสองเงื่อนไขด้านเอกสารและการไม่ซ้ำซ้อนสิทธิ มาตรา 5(3) ยังเปิดให้อธิบดีกรมสรรพากรออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เพิ่มเติมได้ ซึ่งจนถึงขณะเขียนบทความนี้ยังไม่พบประกาศดังกล่าวเผยแพร่ต่อสาธารณะ การไม่พบประกาศไม่ได้แปลว่าไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติม จึงควรติดตามความเคลื่อนไหวจากกรมสรรพากรก่อนตัดสินใจซื้อ
ใบกำกับภาษีแบบกระดาษใช้ไม่ได้ ต้องเป็น e-Tax Invoice เท่านั้น
มาตรา 5(1) กำหนดให้ใบกำกับภาษีที่ใช้ยื่นสิทธิต้องอยู่ในระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ใบกำกับภาษีแบบกระดาษทั่วไปไม่เข้าเกณฑ์ จึงควรแจ้งผู้ติดตั้งให้ออกเอกสารในรูปแบบนี้ตั้งแต่ต้น
เคยใช้สิทธิ BOI หรือ EEC สำหรับระบบนี้แล้ว ขอสิทธินี้ซ้ำไม่ได้
มาตรา 5(2) ห้ามใช้สิทธิลดภาษีนี้ซ้ำซ้อนกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นที่ได้รับจากระบบโซลาร์ชุดเดียวกัน เช่น สิทธิ BOI หรือ EEC หากเคยใช้ไปแล้วจะไม่สามารถขอสิทธิตาม พ.ร.ฎ. 805 เพิ่มได้อีก
กรณีของเราเข้าเงื่อนไขหรือไม่ เช็คยังไงก่อนเซ็นสัญญา
ก่อนเซ็นสัญญาซื้อโซลาร์ ควรตอบให้ได้สามคำถามคือจ่ายเงินด้วยวิธีไหน เชื่อมต่อโครงข่ายปีไหน และสัญญาเป็นซื้อขาดหรือ PPA เพราะทั้งสามข้อนี้เป็นตัวชี้ขาดสิทธิลดภาษีตาม พ.ร.ฎ. 805
การไล่เช็คทั้งสามข้อนี้ก่อนเซ็นสัญญาจะช่วยให้ทราบล่วงหน้าว่ากรณีของตัวเองมีแนวโน้มใช้สิทธิได้หรือไม่ ดีกว่าไปพบปัญหาตอนยื่นภาษีแล้วถูกตีกลับ และก่อนเซ็นสัญญา ควรใช้12 คำถามที่ต้องถามก่อนเลือกผู้ติดตั้งควบคู่ไปด้วย
สามคำถามที่ต้องตอบให้ได้ก่อนเซ็นสัญญา
คำถามแรกคือจ่ายเงินด้วยเงินสด เงินกู้ หรือผ่อน คำถามที่สองคือคาดว่าจะเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จปีไหน และคำถามที่สามคือสัญญาที่เซ็นเป็นการซื้อขาดกรรมสิทธิ์หรือเป็น PPA
ข้อไหนที่ตัวบทไม่ได้เขียนไว้ ต้องถามสรรพากรก่อน ไม่ใช่เดาเอง
ประเด็นเรื่องผ่อนข้ามปีนับสิทธิของปีไหน และลักษณะการผ่อนกับผู้ติดตั้งโดยตรงจะเข้าเกณฑ์เงินได้หรือไม่ เป็นจุดที่ตัวบทไม่ได้เขียนไว้ชัดเจน จึงควรสอบถามสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ แทนที่จะเดาเอาเอง
เตรียมอะไรบ้างก่อนเช็คสิทธิของตัวเองให้แน่ใจ
- วันที่เซ็นสัญญาและวันที่จ่ายเงินแต่ละงวด — ตรวจสอบว่าอยู่ในช่วงตั้งแต่3 มี.ค. 2569 ถึง 31 ธ.ค. 2571 หรือไม่ — ดูได้จากใบเสร็จหรือสัญญาซื้อขาย
- วันที่เชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าสำเร็จ — ดูได้จากหนังสือรับรองการเชื่อมต่อที่การไฟฟ้าออกให้ เพราะสิทธิผูกกับปีนี้ ไม่ใช่ปีที่จ่ายเงิน
- รูปแบบการชำระเงินที่ใช้จริง — แยกให้ชัดว่าเป็นเงินสด เงินกู้ธนาคาร ผ่อนกับผู้ติดตั้งโดยตรง หรือสัญญา PPA เพราะแต่ละแบบมีความเสี่ยงต่อสิทธิต่างกัน
- ใบกำกับภาษีที่ได้รับ — เช็คว่าเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือเป็นกระดาษ — ถ้าเป็นกระดาษควรแจ้งผู้ติดตั้งให้ออกใหม่ในรูปแบบที่ถูกต้อง
- ประวัติการใช้สิทธิ BOI หรือ EEC กับระบบชุดนี้ — หากเคยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นจากระบบโซลาร์ชุดเดียวกันมาก่อน จะไม่สามารถขอสิทธินี้ซ้ำได้อีก
คำถามที่พบบ่อย
ถ้ากู้ธนาคารมาซื้อโซลาร์ ใช้สิทธินี้ได้ไหม
มีความเสี่ยงที่จะไม่เข้าเกณฑ์ เพราะเงินกู้อาจไม่ถูกนับเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นการตีความที่ควรยืนยันกับสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีก่อนตัดสินใจ
ผ่อนกับผู้ติดตั้งโดยตรงโดยไม่ผ่านธนาคาร นับเป็นเงินได้ไหม
ตัวบทของ พ.ร.ฎ. 805 ไม่ได้ระบุไว้ชัดเจนในกรณีนี้ จึงควรสอบถามสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีโดยตรงก่อนเซ็นสัญญา แทนที่จะสันนิษฐานเอาเอง
ติดตั้งเสร็จปี 2569 แต่เชื่อมโครงข่ายสำเร็จปี 2570 ใช้สิทธิปีไหน
ใช้สิทธิของปีที่เชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ คือปี 2570 ตามมาตรา 3 ไม่ใช่ปีที่ติดตั้งเสร็จหรือปีที่จ่ายเงิน โดยเงินที่จ่ายยังต้องอยู่ในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดด้วย
เช่าระบบหรือทำสัญญาซื้อไฟฟ้า (PPA) ใช้สิทธิลดภาษีนี้ได้ไหม
ไม่ได้ เพราะเงินที่จ่ายในสัญญา PPA เป็นค่าไฟฟ้ารายเดือน ไม่ใช่เงินที่จ่ายเพื่อซื้อระบบตามเจตนาของมาตรา 3
เคยใช้สิทธิ BOI ไปแล้ว ขอสิทธินี้ซ้ำได้ไหม
ไม่ได้ มาตรา 5(2) ห้ามใช้สิทธินี้ซ้ำซ้อนกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอื่นที่ได้รับจากระบบโซลาร์ชุดเดียวกันมาก่อน
สรุป
- สิทธิลดภาษีผูกกับปีที่เชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าสำเร็จ ไม่ใช่ปีที่จ่ายเงิน และเงินที่จ่ายต้องอยู่ในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดถึง 31 ธ.ค. 2571
- การซื้อด้วยเงินกู้ ผ่อนกับสถาบันการเงิน หรือทำสัญญา PPA ล้วนมีความเสี่ยงที่จะไม่เข้าเกณฑ์ ควรตรวจสอบกับสรรพากรก่อนเซ็นสัญญา
- เอกสารต้องเป็นใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ และต้องไม่เคยใช้สิทธิ BOI หรือ EEC กับระบบเดียวกันมาก่อน
Winstar Corp Co., Ltd. — ผู้ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปครบวงจร
2525 ก่อตั้ง (พ.ศ.) · 15+ ปีบนระบบโซลาร์ · 300+ โครงการสะสม · ISO 9001:2015 · Green Industry Level 2 · Huawei Authorized Partner
ผู้เขียน: ทีมวิศวกร Winstar · เผยแพร่ 7 ก.ย. 2569 · อัปเดต 4 ก.ย. 2569 · ทบทวนครั้งถัดไป 3 มี.ค. 2570
ตัวเลขระยะคืนทุนและการประหยัดในบทความนี้คำนวณจาก เงื่อนไขการใช้สิทธิอ้างจากตัวบทกฎหมาย สอบทาน 3 ก.ย. 2569 ณ มีผล 3 มี.ค. 2569 – 31 ธ.ค. 2571 ผลลัพธ์จริงขึ้นกับพฤติกรรมการใช้ไฟ ทิศทางหลังคา และอัตราค่าไฟที่เปลี่ยนแปลง — ทีมวิศวกรจะสำรวจหน้างานก่อนเสนอตัวเลขจริง
คำนวณคืนทุนของบ้านคุณใน 30 วินาที
ใส่ค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือน ดูขนาดระบบที่เหมาะและระยะคืนทุนเบื้องต้น ก่อนคุยกับทีมงาน




